การให้อาหารสัตว์เลี้ยงใช้แรงงาน

การให้อาหารสัตว์ใช้แรงงาน

สัตว์ที่ใช้แรงงาน  แบ่งออกแบ่ง 2 แบบ ได้แก่

 1. สัตว์ที่ใช้เป็นพาหนะ  เช่น  ช้าง  ม้า เป็นต้น

1.1 การให้อาหารม้า http://gclub-online.co.com

หลักการให้อาหารม้าแบ่งตามลักษณะอาหารมีสองแบบ คือ อาหารหยาบ (เช่น หญ้าชนิดต่างๆ) และ อาหารข้น (อาหารเม็ดที่มีการเสริมคุณค่าทางอาหาร)

หลักการให้อาหารหยาบในม้า โดยธรรมชาติแล้วม้าเป็นสัตว์ที่เล็มกินหญ้า 16-20 ชั่วโมงต่อวัน เดินไปเล็มหญ้าไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราควรจัดสรรให้ม้ามีหญ้ากินเกือบตลอด 24 ชั่วโมง การที่ม้ามีหญ้ากินตลอดจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคแผลในกระเพาะอาหาร ทั้งยังช่วยให้ลำไส้ของม้ามีการเคลื่อนที่ทำงานได้ตามปกติ หญ้าที่เรามักเห็นตามฟาร์มให้กันบ่อยๆ คือ หญ้าแพงโกล่า หญ้าขน ข้อดีของหญ้าสองชนิดนี้คือ ราคาไม่แพงมาก ปลูกขึ้นง่าย มีสารอาหารพอประมาณ ส่วนหญ้าอัลฟาฟ่า หญ้าทีโมที เป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแต่ราคาแพง ส่วนหญ้าเนเปียร์ที่ปกติเอามาใช้เลี้ยงวัว เป็นหญ้าที่มียางเหนียว ม้าไม่สามารถเคี้ยวให้ขาดละเอียดด้วยตัวเองและจะทำให้หญ้าอุดตันในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ม้าเกิดอาการเสียดท้องและเสียชีวิตได้ ก่อนให้หญ้าเนเปียร์คนเลี้ยงจำเป็นจะต้องสับเป็นท่อนเล็กๆก่อนให้ม้ากิน หากไม่แน่ใจวิธีให้หญ้าเนเปียร์ก็ไม่ควรให้ม้ากิน การปล่อยแปลงม้าในทุ่งหญ้ามีข้อดีในเรื่องการลดต้นทุนแต่ให้ระวังการปล่อยม้าในช่วงหลังฝนตกใหม่ๆ เพราะในแปลงปล่อยจะมีหญ้าอ่อน บ่อยครั้งที่หญ้าอ่อนเป็นตัวการที่ทำให้ม้าท้องอีด เนื่องจากม้าหมักหญ้าอ่อนในลำไส้แล้วเกิดแก๊สมากเกินไป จึงอยากให้เฝ้าระวังในจุดนี้ด้วย

1.2 การให้อาหารช้าง

อาหารช้างแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย
1. อาหารจำพวกหญ้า (Grassese) ได้แก่ หญ้าแพรก หญ้ากล้อง หญ้าปากหวาย หญ้าคา หญ้ากก อ้อ พงเขม ฯลฯ

2. อาหารจำพวกไม้ไผ่ (Bamboos) ได้แก่ ไม้ไผ่หนาม ไผ่ป่า ไผ่บ้าน ไผ่หลาม ไม้รวก ไม้ซาง ฯลฯ

3. อาหารจำพวกเถาวัลย์ และไทร (Greepers and Flews) ได้แก่ บอระเพ็ด สัมป่อย เครือสะบ้า กระทงลาย ผัดแปปป่า หวาย สลอดน้ำ ไทร เครือเขาน้ำ เถาวัลย์แดง ฯลฯ

4. อาหารจำพวกไม้ยืนต้น (Trees Palms and Shrubs) ได้แก่ กล้วย ขนุน กุ่ม สัก งิ้วป่า ถ่อน มะพร้าว มะเดื่อ มะขามบ้าน มะเฟือง มะไฟ จามจุรี (ก้ามปูหรือฉำฉา) ปอเสา มะเดื่อปล้อง โพธิ์ มะยมป่า มะขาม มะตูม มะขวิด ระกำ ฯลฯ

5. อาหารจำพวกพืชไร่ (Cultivated Crops) ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง เดือย สัปปะรด ต้นถั่วแระ อ้อย ฟัก แตง ฯลฯ

 

2.2 สัตว์ที่ใช้ไถนา  ลากเกวียน  เช่น  วัว  ควายเป็นต้น

2.1 การให้อาหารวัว

 


การให้อาหารวัวนั้น อาหารจะมี 2 ประเภท คือ
1. อาหารหยาบ คือ อาหารที่มีเปอร์เซนต์ของเยื่อใยสูง และมีโปรตีนต่ำ ได้แก่
             1.1 หญ้า อาจได้จากทุ่งหญ้าตามธรรมชาติหรือจากการทำแปลงหญ้า แต่ในการเลี้ยงวัวเราทำจะทำแปลงหญ้าเอง เพราะเป็นที่ทราบกันว่าวัวต้องการอาหารที่ค่อนข้างดี  และต้องมีแปลงหญ้าคุณภาพดี หญ้าที่แนะนำ คือ หญ้าขน หญ้ารูซี เหมาะกับการเลี้ยงปล่อยแทะเล็ม
            1.2 วัสดุเหลือใช้จากการเกษตรอื่นๆ เช่น ฟางข้าว เปลือกสัปปะรด ต้นข้าวโพด ยอดอ้อย ถึงแม้วัสดุที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะมีคุณค่าอาหารค่อนข้างต่ำ แต่ก็สามารถใช้เลี้ยงวัวได้
2. อาหารข้นหรืออาหารผสม อาหารข้น คือ อาหารที่มีเปอร์เซนต์เยื่อใยต่ำ มีเปอร์เซนต์โปรตีนสูง มีการย่อมได้สูง ประกอบด้วยวัสดุต่างๆที่มีคุณค่าทางอาหารสูงผสมกันให้ครบส่วนตามความต้องการของวัว ใช้เสริมกับอาหารหยาบ และอาจจะเลือกใช้สูตรให้เหมาะสมกับวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นและราคา

 

2.2 การให้อาหารควาย

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้วัวควายเติบโตและให้ผลิตผลมาก  อาหารวัวควายนั้นจำแนกได้เป็น  ๒  ชนิด ตามปริมาณของเยื่อใย (fiber)  ที่มีในอาหาร ชนิดแรก คือ อาหารข้น (concentrate) ได้แก่  อาหารที่มีเปอร์เซ็นต์เยื่อใยต่ำ  แต่มีส่วนประกอบย่อยง่ายมาก อาหารชนิดนี้ ได้แก่  ปลาป่น  กากถั่ว  เมล็ดพืช  รำ  มันสำปะหลัง อาหารอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า อาหารหยาบ (roughage) ได้แก่ อาหารที่มีเปอร์เซ็นต์เยื่อใยสูง  มีส่วนประกอบย่อยง่ายน้อยเมื่อเทียบสัดส่วนกัน  เช่น หญ้า หรือพืชสด ฟาง หญ้าแห้ง ชานอ้อย เปลือก  ถั่วลิสง

อาหารที่ใช้เลี้ยงวัวควายใช้งานโดยทั่วไป มีแต่หญ้าและฟางเป็นส่วนใหญ่   ซึ่งเป็นการเพียงพอแก่การดำรงชีพและทำงาน  วัวควายกินหญ้าและฟาง  วันละประมาณ  ๑๐-๑๕ กิโลกรัม หรือโดยทั่วไปประมาณ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว  การขุนวัวควายเนื้อและการเลี้ยงวัวควายนม  จำเป็นต้องใช้อาหารข้น  ประกอบด้วย เพื่อให้วัวควายโตเร็วและให้นมมาก แต่ไม่ควรใช้อาหารข้นเพียงอย่างเดียว  เพราะวัวควาย อาจท้องเสีย ทำให้ได้ประโยชน์จากอาหารไม่เต็มที่ตามที่คาดหมาย  ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการสิ้นเปลือง เพราะราคาอาหารข้นแพงมาก

วัวควายที่กินหญ้าเพียงอย่างเดียวเป็นอาหาร  สามารถดำรงชีพและให้ผลิตผลได้  ทั้งนี้เพราะวัวควาย  มีกระเพาะแบบพิเศษผิดไปจากหมู หมา เป็ด ไก่ ซึ่งเป็นสัตว์กระเพาะเดี่ยว (simple stomach) วัวควายเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีกระเพาะแบ่งเป็นหลายช่อง  เรียกว่า  กระเพาะรวม (compound  stomach) กระเพาะรวมนี้แบ่งได้เป็น ๔ ช่อง คือ ช่องแรก เรียกว่า กระเพาะรูเมน (rumen) หรือ กระเพาะขอบกระด้ง หรือ ผ้าขี้ริ้ว เป็นช่องที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นกระเพาะที่ทำให้วัวควาย เป็นสัตว์ที่มีความสามารถพิเศษ เพราะในกระเพาะนี้มีจุลินทรีย์อยู่มากมายหลายชนิด  ทำหน้าที่ในการช่วยย่อยหมักหญ้า และอาหารหยาบอื่น ๆ  ให้มีคุณค่าต่อร่างกายของวัวควายได้