ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เติบโตขยายไลน์เทียบเท่าธุรกิจของคน

พลวัตที่เกิดขึ้นกับครอบครัวในสังคมไทยที่เห็นชัดเจนในปัจจุบันคือ การปรับเปลี่ยนจากครอบครัวใหญ่ไปสู่ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น บวกกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยที่เต็มไปด้วยการเผชิญการแข่งขันที่สร้างแรงกดดันพอสมควรอีกทั้งทัศนคติของคนยุคใหม่ได้เปลี่ยนไป คือแต่งงานช้าลงหรือเป็นโสดมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น เนื่องด้วยการเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ที่สามารถช่วยผ่อนคลายความเหงาและลดความเครียดที่เกิดขึ้นให้ลดน้อยลงได้ และด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงก็ได้ผูกใจคนเลี้ยงจนต้องให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่เป็นเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงได้เกิดขึ้นมากมาย เช่น สถานที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล อาหารสัตว์ รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิก ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัขหรือแมวดีไซน์แปลกใหม่ ร้านสปา หรือ Café ที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงแสนรักเข้าด้วยได้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร เป็นต้น

ในปัจจุบัน ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดประมาณ 22,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 10-15 ต่อปี โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกินส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ ธุรกิจบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (อาทิ โรงพยาบาล/คลินิก สปา อาบน้ำตัดขน โรงเรียนฝึก โรงแรม บริการฌาปนกิจ และบริการอื่นๆ) มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท และธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น เครื่องประดับต่างๆ เป็นต้น) มูลค่ากว่า 5,000 บาท จะเห็นได้ว่า ด้วยมูลค่าตลาดกว่าสองหมื่นล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจสัตว์เลี้ยง แต่จะเริ่มต้นแบบไหน หรือทำการตลาดแบบใดให้โดนใจผู้บริโภค ยังเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในการที่จะรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่